ย่านเลียบคลองภาษีเจริญ

คลองเก่าแก่ในย่านฝั่งธนบุรีที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าละแวกนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง… เรามาสำรวจสถานที่เที่ยวเด็ด ร้านอาหารเก่าแก่ขึ้นชื่อในตำนาน

รวมทั้งคาเฟ่สุดชิคในย่านเลียบคลองภาษีเจริญ ไปชมกันเลยค่ะ
เราเริ่มต้นเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีบางหว้า ซึ่งสะดวกมากๆ เลยค่ะ จากสถานีสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้หลากหลาย ทั้งรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง และทางเรือ ซึ่งเป็นพาหนะที่เราจะใช้เดินทางไปยังตลาดน้ำวัดนิมมานรดี สถานที่ท่องเที่ยวแรกในลิสต์วันนี้

พอเดินลงมาจะมีป้ายบอกทางไปท่าเรือ ซึ่งด้านนอกตัวสถานีจะมีศูนย์พัฒนาเชื่อมต่อการเดินทาง “ราง ล้อ เรือ” ของกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ สามารถแวะเข้าไปสอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวได้ จากนั้นเราเดินไปตามป้ายที่บอกทางไปท่าเรือสะพานตากสิน-เพชรเกษม ซึ่งเป็นทางเดิน Skywalk ที่เชื่อมระหว่างสถานีบางหว้ากับท่าเรือ

ไม่ถึง 5 นาทีเราก็มาถึงบริเวณท่าเรือสะพานตากสิน-เพชรเกษมกันแล้วค่ะ เรียกว่าเป็นการเชื่อมต่อระบบขนส่งที่สะดวกต่อการเดินทางท่องเที่ยวดีมากๆ สำหรับเรือโดยสารที่แล่นในคลองภาษีเจริญ จะแบ่งตารางเดินเรือออกเป็นวันธรรมดาและวันหยุด วันธรรมดาจะมีให้บริการเฉพาะช่วงเช้า 06.00-09.00 น. และช่วงเย็น 16.00-19.30 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีเรือวิ่งตลอดทั้งวัน เริ่มต้นจากท่าเรือประตูน้ำภาษีเจริญ-ท่าเพชรเกษม 69 ตั้งแต่เวลา 06.00-19.00 น. โดยจะมีเรือออกทุกๆ 1 ชั่วโมงค่ะ
บรรยากาศภายในเรือน่านั่งมากๆ ค่ะ พนักงานบนเรือก็บริการดีมากๆ

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที เราก็มาถึงท่าเรือวัดนิมมานรดี หรือวัดบางแค พระอารามหลวงชั้นตรีที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นประมาณปี พ.ศ.2350 ในสมัยรัชกาลที่หนึ่งเป็นวัดที่สวยงามมากๆ ค่ะ เรามาถึงที่นี่ก็ขอไปไหว้พระทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเลย
หลังจากทำบุญเสร็จแล้วก็ออกมาให้อาหารปลาบริเวณท่าน้ำวัด น้องปลาที่นี่เยอะมากๆ ค่ะ โยนขนมปังลงไปก็อันตรธานหายไปในพริบตา

จากนั้นเราก็เดินข้ามฝั่งไปก็จะเป็นตลาดน้ำวัดนิมมานรดี หรือตลาดน้ำคลองภาษีเจริญ ตลาดเก่า 5 แผ่นดินที่มีอายุเก่าแก่ถึง 139 ปี ตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญ แม้จะไม่ได้มีของขายมากเท่าตลาดน้ำแห่งอื่นๆ แต่เหมาะจะมาเดินเล่นดูวิถีชีวิตชุมชนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมคลอง กับห้องแถวไม้โบราณที่ยังมีคนอยู่อาศัยจริงๆ ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวแบบตลาดน้ำประดิษฐ์ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ นับเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากในปัจจุบันนี้

ห้องแถวไม้เก่าที่ปลูกเรียงรายริมคลองภาษีเจริญคือเสน่ห์ที่ดึงดูดให้เราอยากเดินเข้าไปเยี่ยมชม ขอแวะเติมพลังด้วยข้าวหมูกรอบของร้านเพ้งง้วน ร้านข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบที่อยู่คู่ตลาดนี้มาถึง 60 ปี

ข้าวหมูกรอบของที่นี่อร่อยมากๆ ค่ะ ไม่มัน ไม่เลี่ยน ตัวน้ำราดก็อร่อยมากๆ ไม่หวานจนเกินไป ทานแล้วติดใจอยากกลับมาทานอีกเลยล่ะค่ะ ชามละ 30 บาทเท่านั้น ขายทุกวันตั้งแต่เช้าพอบ่ายๆ ก็หมดแล้ว

ต่อด้วยผัดไทยร้านพี่มาลัยที่มีคนแนะนำว่าอร่อยมากๆ ซึ่งร้านพี่มาลัยจะตั้งอยู่ใกล้กับร้านเพ้งง้วนสามารถสั่งมาทานในร้านเดียวกันได้ เพราะพี่ที่นี่เขาน่ารักใจดีมากๆ

สมคำร่ำลือเลยค่ะ เพราะตัวเส้นมีความนุ่ม รสเปรี้ยว หวาน เผ็ดนิดๆ ไม่ต้องปรุงอะไรก็อร่อย ชามละ 30 บาท

หลังจากทานเสร็จเราก็เดินเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวตลาดน้ำคลองภาษีเจริญที่ต่างใช้ชีวิตพึ่งพาสายน้ำแห่งนี้เป็นหลัก ร้านชำในห้องแถวไม้ที่ขายทั้งของใช้ ขนม และของเล่นของเด็กๆ  ประตูไม้ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วฮิปสเตอร์ไม่เบาเลยค่ะ น้องแมวที่นอนเหยียดยาวภายในทางเดินของตลาดน่ารักมากๆ

หลังจากเที่ยวตลาดน้ำชิลๆ ก็ถึงเวลาตะลุยหาของกินอร่อยๆ ในย่านนี้กันแล้ว แน่นอนว่ามาเยือนแถวนี้ทั้งที ต้องไม่พลาดมาเช็คอินที่ร้าน “บางหว้าขาหมู” อีกหนึ่งร้านข้าวขาหมูในตำนานที่มีหลากหลายสาขา แต่ถ้าใครอยากมาพิสูจน์รสชาติต้นตำรับแบบออริจินัลจริงๆ ต้องมาที่นี่เลย ตัวร้านตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าประมาณ 1.5 กม. จุดเด่นคือขาหมูที่ตุ๋นจนเปื่อย เนื้อนุ่ม หอมน้ำพะโล้

ตัวร้านเป็นห้องแถวตั้งอยู้ริมถนน มองเห็นชัดเจน หากใครขับรถมาเอง สามารถนำไปจอดได้บริเวณที่จอดรถด้านหลังร้านภายในซอยเพชรเกษม 46/2 ได้เลยค่ะ

Summary
รีวิววันที่
เรื่อง
ทำบุญ 9 วัด ให้อาหารปลา และแวะไปเดินตลาดน้ำ ได้บรรยากาศแบบย้อนยุค
ผู้รีวิว
51star1star1star1star1star