พักร้อน

เมื่อนึกถึงการพักร้อน หลายคนมักจะนึกถึงการเดินทางท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางที่ไกลๆ อย่างหาดทราย สายลม ท้องทะเล และภูเขา หรือเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ  แต่อันที่จริงแล้วคุณสามารถพักร้อนอย่างหรูหรา ด้วยการการใช้ชีวิตเนิบช้าแบบกินหรูอยู่สบาย โดยไม่ต้องดั้นด้นเดินทางไปเสาะแสวงหาที่ไหนไกล ไม่ต้องตระเวณตากแดด ตากลมให้เหนื่อย แค่โรงแรมหรูหรา 5 ดาว พร้อมบริการระดับมาตรฐานโลก ในย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ก็มีให้เลือกสรรมากมาย เอาค่าตั๋วเครื่องบินแพงๆ หลักหมื่น หลักแสน และเวลาที่ต้องใช้เดินทาง มาจัดสรรให้ลงตัวแบบมีสไตล์ที่กรุงเทพฯ ดีกว่า รับรองว่าคุ้มค่า เพราะนอกจากสุนทรียะแห่งการพักผ่อนใจกลางเมืองที่แท้จริงแล้ว คุณยังมีมุมสวยๆ สำหรับถ่ายรูปอีกเพียบ

ถ้าตัดเรื่องการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างในต่างแดนแล้ว การเลือกพักร้อนแบบ Luxury Staycation ในกรุงเทพฯ จึงนับเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า และน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะในบรรยายสไตล์รีสอร์ทใจกลางเมือง ซึ่งอาจทำให้คุณลืมไปว่ายังคงใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ลองมาดูกันว่าโรงแรมหรูหรา 5 ดาว ชั้นนำที่เป็นเพชรเม็ดงามของกรุงเทพฯ แห่งใดบ้าง ที่ควรค่าแก่การเช็คอิน


Mandarin Oriental,Bangkok
ที่สุดแห่งตำนาน ความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์


‘แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ’
ยืนหยัดอยู่คู่กรุงเทพฯ มานานกว่า 130 ปี เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี พ.ศ.2430 เป็นหนึ่งในโรงแรมหรูระดับตำนานที่มีชื่อเสียงระดับโลก กวาดรางวัลมามากมาย ล่าสุด คือ ‘Travel Awards 2017’ and ‘Favorite Overseas Holiday Hotel Asia & The Indian Sub-Continent’  โดยCondé Nast Traveller ที่ใครๆ ก็ต่างปรารถนาจะมาเช็คอิน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ดีๆ สักครั้ง ในบรรยากาศย้อนยุคของสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกอันทรงคุณค่า เอาแค่เฉพาะล็อบบี้ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ ก็อลังการและวิจิตรตระการมากแล้ว แต่ที่เลื่องชื่อเหนือสิ่งอื่นใดก็คือบริการอันเป็นเลิศในทุกรายละเอียดชนิดที่ว่ายากจะหาใครเทียม

ห้องพักที่นี่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาทุกห้อง พร้อมกับอิ่มเอมกับการชมพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำสายหลักของประเทศ ห้องพักมีให้เลือกหลายแบบพร้อมบริการบัตเล่อร์ เช่น ห้องพักราคาถูกที่สุดคือห้องดีลักซ์เริ่มต้นที่ 14,000 บาทต่อคืน ห้องการ์เด้นเริ่มต้นที่ 16,700 บาทต่อคืน ห้องแมนดารินเริ่มต้นที่ 20,000 บาทต่อคืน เอ็กซ์เซ็กคิวทีฟ สวีท เริิ่มต้นที่ 25,500 บาทต่อคืน ห้องสเตทเริ่มต้นที่ 28,000 บาทต่อคืน ห้องแฟมิลี่ 2 ห้องนอน เริ่มต้นที่ 40,350 บาท ห้องสยาม สวีท ตกแต่งแบบไทยล้านนา เริ่มต้นที่ 80,000 บาทต่อคืน ห้องแอมบาสเดอร์ สวีท มีลิฟท์ส่วนตัว เริ่มต้นที่ 115,000 บาท เรื่อยไปจนถึงห้องที่แพงที่สุดอย่างรอยัล สวีท อันโอ่อ่าด้วยพื้นที่กว่า 326 ตารางเมตร นอกจากจะมีลิฟท์ส่วนตัวแล้ว ยังมีห้องประชุม ห้องสมุด ห้องครัว ห้องอาหารสำหรับ 12 ที่ และสปาส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำได้ทั้งวิวแม่น้ำ สวน และสระว่ายน้ำ ส่วนใหญ่ห้องนี้จะมีแขกเป็นราชวงศ์และมหาเศรษฐีระดับโลก


คุณสามารถใช้ชีวิตพักร้อนได้แบบเบ็ดเสร็จจบครบในที่เดียวเพราะแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ มีห้องอาหารที่หลากหลายไว้คอยบริการ ได้แก่ ศาลาริมน้ำ ‘ลอร์ดจิม’ ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติรวมถึง ‘เลอร์ นอมังดี’ ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสสุดหรู ส่วน ‘เดอะ ไชน่า เฮ้าส์’ ก็พร้อมเสิร์ฟอาหารจีนรสเลิศ ขณะที่ยามค่ำคืนต้องไม่พลาด ‘แบมบู บาร์’ ที่สุดแห่งแจ๊ซบาร์ของเมืองไทย


Anantara Siam Bangkok Hotel
ค้นพบความมีชีวิตชีวาใจกลางกรุง รื่นรมย์ในบรรยากาศรีสอร์ทหรู

พักร้อน
หนึ่งในโรงแรม 5 ดาว ที่เป็นเกียรติเป็นศรีของกรุงเทพฯ มาเนิ่นนาน นั่นคือ ‘อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ’ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสราชดำริ มีห้องพักหรูหราให้เลือกกว่า 10 ประเภท เริ่มต้นด้วยห้องดีลักซ์ที่กว้างขวางกว่าห้องดีลักซ์ทั่วไป เพราะมีขนาดถึง 42 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 5,381 บาทต่อคืน ห้องพรีเมียร์ ราคาเริ่มต้น 6,401 บาทต่อคืน ห้องจูเนียร์ สวีท ขนาด 72 ตารางเมตร  อิ่มเอมกับวิวสวนเขียวขจีและสระว่ายน้ำของโรงแรม หรือสนามกอล์ฟของราชกรีฑาสโมสร ราคาเริ่มต้น 11,858 ต่อคืน เรื่อยไปจนถึงห้องสวีท จิม ทอมป์สัน เอ็กซ์พลอเรอร์ 2 ห้องนอน ขนาด 198 ตารางเมตร รองรับผู้เข้าพักที่เป็นผู้ใหญ่ได้สูงสุด 4 คน ให้บรรยากาศของบ้านพักตากอากาศฤดูร้อนทรงไทย  ราคาเริ่มต้น 76,755 บาท และห้องพักราคาแพงที่สุดคือ ห้องอนันตรา เพรสซิเดนเชียล สวีท ขนาด 344 ตารางเมตร นอกจากจะเหมาะกับการพักผ่อนและทำสปาในห้องนวดส่วนตัวแล้ว ยังเหมาะกับการสังสรรค์ด้วยเพราะ ห้องนั่งเล่นสามารถรองรับแขกเหรื่อที่สามารถเชิญมาร่วมงานได้มากถึง 18 คน  หรือจะเป็นซิทดาวน์ดินเนอร์ก็รองรับได้ถึง 12 คน ในห้องอาหารส่วนตัว จับจองได้ในราคาเริ่มต้น 93,755บาทต่อคืน

ส่วนแฟซิลิตี้อื่นๆ ของที่นี่ ก็หรูหราและครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้งแสนสวย ห้องเฮลท์คลับที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงคิดส์ คลับ สำหรับลูกตัวน้อยของคุณ เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตพักร้อนแบบ Luxury Staycation ใจกลางกรุงได้อย่างผ่อนคลายและเพลิดเพลิน

พักร้อน

ขณะที่คนที่ชื่นชอบเบเกอร์รี่ต้องไม่พลาด ”มอคค่าแอนด์มัฟฟิ่นส์’ ที่โรลไส้กรอกจัดว่าเป็นพระเอกในดวงใจ ส่วนขนมปังและเค้กก็เด็ดทุกเมนู การันตีถึงความเด่นดัง ด้วยการยืนหยัดเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมนี้มาเนิ่นนานตั้งแต่ครั้งที่ยังใช้ชื่อว่าโฟร์ซีซั่น กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารกว่า 10 ห้องให้เลือกสรร อาทิ ‘บิสก็อตติ’ ห้องอาหารอิตาเลียน , ‘เมดิสัน’ สเต็กเฮ้าส์ , ‘ชินทาโร่’ ห้องอาหารญี่ปุ่น และ ‘อควา’ สำหรับอาหารว่างเรียกน้ำย่อย เป็นต้น


The Peninsula Bangkok

เปิดประสบการณ์พักผ่อนแบบเหนือระดับริมน้ำเจ้าพระยา

พักร้อน
อีกหนึ่งโรงแรม 5 ดาว ที่เหมาะกับการพักร้อนแบบเลิศหรูใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย มีห้องพักให้เลือกถึง 10 ประเภท แค่เพียงห้องสุเพียร์ก็พร้อมต้อนรับคุณด้วยพื้นที่ 45-47 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 7,000 บาทต่อคืน ส่วนห้องพักดีลักซ์ สวีท ที่มีพื้นที่ 74 ตารางเมตร หรูหราด้วยพื้นไม้สักทอง และตกแต่งด้วยผ้าไหมที่ถักทออย่างประณีต ก็นำเสนอในราคาเริ่มต้น 12,600 บาทต่อคืน ส่วนห้องไทย สวีท ก็ได้รับการตกแต่งแบบบ้านไทยดั้งเดิมที่หรูหราในทุกมุมมอง บนพื้นที่ 150 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 40,000 บาทต่อคืน ขณะที่ห้องดูเพล็กซ์ สวีท กินพื้นที่ 330 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 125,000 บาทต่อคืน และห้องเพนนินซูล่า สวีท  บนชั้น 34 ที่สุดแห่งความหรูหราอลังการของเพนนินซูล่า กรุงเทพฯ ตกแต่งด้วยผ้าไหมไทย ของโบราณ พรมสไตล์ตะวันออก และแชนเดอเลียคริสตัล ที่เหนือระดับขึ้นไปอีกขั้นคือ แขกที่เข้าพักเดินทางมาถึงด้วยเฮลิคอปเตอร์ และพนักงานให้การต้อนรับด้วยความเป็นส่วนตัวในเล้าจน์พิเศษ อิ่มเอิมในพืื้นที่อลังการ 364 ตารางเมตร ส่วนเรทราคานั้นต้องติดต่อกับทางโรงแรมโดยตรง อเมนติตี้ใช้ของแบรนด์ออสก้า เดอ ลา เรนต้า

พักร้อน

เดอะ เพนนินซูล่า กรุงเทพฯ เด่นที่วิวอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีฉากหลังเป็นกรุงเทพฯ ฝั่งพระนคร บุฟเฟ่ต์ทุกมื้อของที่นี่ไม่เป็นสองรองใคร เพราะมีไลน์อาหารนานาชาติพรั่งพร้อมทั้งคาวหวาน ขณะที่ ‘ทิพย์ธารา’ ห้องอาหารไทยต้นตำรับในสวนสวย ,’เดอะ ริเวอร์ บาร์’ เหมาะกับการผ่อนคลายจิบดริงค์เคล้ากับคาโนเปแบบชิลล์ๆ

  • Contact: 333 ถ.เจริญกรุง คลองสาน กรุงเทพฯ
  • โทร+66 2 020 2888
  • อีเมล [email protected]
  • เว็บไซต์ bangkok.peninsula.com

Dusit Thani Bangkok

อิ่มเอมกับการพักผ่อนอันสุนทรีย์ ก่อนโบกมือลาหนึ่งในแลนด์มาร์กกลางกรุง

พักร้อน
ขอเชิญหวนรำลึกช่วงเวลาอันสวยสด งดงาม และความสง่างามของ ‘ดุสิตธานี กรุงเทพฯ’ โรงแรมหรูที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2513 ด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ บนหัวมุมถนนสีลมฝั่งตรงข้ามสวนลุมพินี  พร้อมกับการตกแต่งภายในที่สะท้อนวิถีไทยไว้ได้อย่างหมดจดงดงาม ห้องพักทุกห้องตกแต่งด้วยผ้าไหมไทยและไม้สัก อาทิ ห้องดีลักซ์ ขนาด 30 ตารางเมตร ,ห้องซูพีเรีย ขนาด 35 ตารางเมตร ,ห้องดุสิตคลับรูม ขนาด 60 ตารางเมตร, ห้องไทยเฮอริเทจ สวีท ขนาด 80 ตารางเมตร เรื่อยไปจนถึงห้องที่แพงที่สุดอย่างห้องมาเจสตี้ สวีท ขนาด 240 ตารางเมตร สำหรับสนนราคาต่อคืน ในช่วงไฮซีซั่นและวันหยุดราชการก็ยังนับว่าเป็นดีลที่ยั่วยวน เช่น หากเข้าพักวันที่ 1-6 ธันวาคม 2560 ราคาห้องซูพีเรียอยู่ที่เริ่มต้น 4,112 บาทต่อคืน และห้องไทยเฮอริเทจ สวีท อยู่ที่เริ่มต้น 17,312 บาทต่อคืน เป็นต้น

ส่วนห้องอาหารก็ล้วนแล้วแต่โดดเด่น โดยเฉพาะ ‘เบญจรงค์’ ห้องอาหารไทย ที่นำเสนออาหารไทยทรงคุณค่าด้วยความวิจิตรตระการตา ตามตำรับไทยแท้แต่โบราณ เมนูอาหารไทยตามแบบฉบับในรั้วในวังก็มีให้เลือกลิ้มลองที่นี่ และต้องไม่พลาดลิ้มลองสเต็กชั้นเลิศที่ ‘แฮมิลตัน สเต็กเฮ้าส์’ นอกจากนี้ยังมี ‘เดอะ เมย์ฟลาวเวอร์’ ห้องอาหารจีนซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในห้องอาหารจีนที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ

พักร้อน

ดุสิตธานี กรุงเทพฯ จึงเป็นตัวเลือกกี่คุ้มค่ามากในเวลานี้ เพราะโรงแรมฯ กำลังโหมกระหน่ำออกโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องเป็นการส่งท้ายก่อนที่จะปิดให้บริการเร็วๆ นี้  หลังจากนั้นก็จะทำการรื้อถอนอาคารและก่อสร้างใหม่ รีบหน่อยนะเพราะสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์นี้เท่านั้น ดุสิตธานี กรุงเทพฯ ก็จะเหลือไว้แต่ความทรงจำ ก่อนจะกลับมาให้บริการอีกครั้งในภาพลักษณ์ใหม่

หมายเหตุ ราคาค่าห้องพักของแต่ละโรงแรมต่อคืน อ้างอิงจากข้อมูลที่ระบุไว้ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโรงแรมแต่ละแห่ง ภาพประกอบคัดสรรมาจากเว็บไซต์และแฟนเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของโรงแรมแต่ละแห่ง


ข้อดีของการพักร้อนแบบกินหรูอยู่สบายที่กรุงเทพฯ

พักร้อน
1. ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง แทนที่จะจ่ายค่าบัตรโดยสารเครื่องบินหลักหมื่น เรือนแสน ก็แปรเปลี่ยนมาเป็นที่พักหรูหราได้แบบสบายๆ
2. ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องกังวลเรื่องตารางเดินทาง และการท่องเที่ยว ที่อาจจะยุ่งยากวุ่นวาย จนลดทอนความสนุกหรือทำให้นิยามของคำว่าพักร้อนผิดเพี้ยนไป
3. จะออกมาช้อปปิ้งในช่วงสายๆ หรือกลางวันที่ไม่มีคนก็สะดวก (เพราะคนส่วนใหญ่ต้องทำงาน) หรือจะออกมาเดินตะลุยยามค่ำคืน ดื่มด่ำกับไนท์ไลฟ์ของกรุงเทพฯ ก็ได้ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้หากเป็นช่วงปกติ คุณอาจมีโอกาสได้สัมผัสน้อยในช่วงวันธรรมดา เพราะต้องรีบตื่นเช้าไปทำงาน
4. พร้อมที่จะทำงานต่อได้อย่างกระปรี้กระเปร่าในทันที ไม่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวจากกอาการเจ็ทแล็กเนื่องจากเที่ยวบินที่ยาวนาน
5. ไทยเที่ยวไทย เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน ช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ