ครีมกันแดด SPF 50

เป็นธรรมดาของสาว ๆ ที่จะกลัวแดดกลัวดำใช่ไหมล่ะคะ เวลาออกไปนอกบ้าน หรือออกนอกออฟฟิศก็ต้องพกร่ม หรือใส่เสื้อคลุมกันแดดซักหน่อย แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือครีมกันแดดขั้นเทพนี่แหละ ที่จะเป็นปราการด่านแรกในการป้องกันผิวของเราจากแสงแดด ที่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็เพราะว่าแดดบ้านเรานั้นเปรี้ยงซะขนาดนี้ ถ้าไม่มีอะไรมาป้องกันแล้วล่ะก็ มีหวังโดนแซวว่าโดนของ หรือใส่ปลอกแขนกันแน่นอน เราดูกันดีกว่าควรเลือกครีมกันแดด SPF 50 แบบใดให้เป๊ะเวอร์!

  1. ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดด หรือเจลกันแดดก็มีคุณสมบัติไม่ต่างกัน เพราะเมื่อชื่อขึ้นว่าเป็นครีมกันแดด แน่นอนว่าต้องผสมสารกันแดดอยู่แล้ว แต่เนื้อสัมผัสที่เป็นครีม และเจลต่างหากที่แตกต่างกัน รวมทั้งเมื่อทาแล้ว เจลกันแดดจะซึมซาบได้ค่อนข้างเร็ว และไม่ต้องเสียเวลาเกลี่ยครีมกันแดดให้เหนื่อย ซึ่งจะครีมหรือเจลกันแดด ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวแล้วล่ะค่ะ ว่าคุณชอบแบบไหน
  2. เลือกครีมกันแดด SPF 50 สำหรับแดดเมืองไทยที่ร้อนแรงขนาดนี้การทาครีมกันแดดสำคัญมากเลยทีเดียว คุณควรเลือกครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป เพื่อให้สามารถดูแล และปกป้องผิวแพ้ง่ายของคุณจากแสงแดดได้ ที่สำคัญควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดดประมาณ 30 นาที เพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุดนั่นเอง
  3. อย่าใช้ครีมกันแดดรวมกัน ที่บอกว่าเป็นครีมกันแดดรวมกัน คือครีมกันแดดทาหน้า และทาตัวนะคะ ไม่ควรเอามาใช้รวมกันอย่างเด็ดขาด เพราะบางทีทาตัวไม่แพ้ แต่เพราะเนื้อครีมมีความหนัก เมื่อนำมาทาหน้าซึ่งผิวจะบอบบางมากกว่า ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิวอักเสบได้ หากจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดที่สามารถใช้บนใบหน้า และผิวตัวได้ เราขอแนะนำ LA ROCHE-POSAY ANTHELIOS POCKET SPF 50+ ครีมกันแดด SPF 50 ที่สามารถทาได้ทั้งตัว เพราะมีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ที่สำคัญยังปราศจากน้ำหอม และพาราเบนไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอาการแพ้อีกต่อไป

เห็นไหมล่ะคะว่าการเลือกใช้ ครีมกันแดดกันน้ำ SPF 50 ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะมีหลายแบบให้คุณได้เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นสูตรน้ำ สูตรครีม หรือเป็นเจล เพียงคุณเลือกใช้ให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเอง รับรองว่าต่อให้แดดจะแรงแค่ไหน ก็ทำอันตรายผิวของคุณไม่ได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญหลังใช้ครีมกันแดด SPF 50 ควรใช้ล้างให้สะอาด โดยเฉพาะใบหน้าใสไร้สิวเพื่อป้องกันการอุดตันของสิวนั่นเอง หรือคุณสามารถเลือกใช้ครีมกันแดดสูตรบางเบาก็ถือว่าไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด