หากพูดถึงหนึ่งในจุดหมายหรือประเทศที่คนไทยมักจะชื่นชอบที่จะไปเยี่ยมเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง เชื่อว่าประเทศญี่ปุ่นคงจะเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคนไทยหลายคนอย่างแน่นอน ซึ่งหนึ่งในฤดูที่ประเทศญี่ปุ่นน่าไปมากที่สุด ก็คงจะหนีไมพ้นช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือช่วง มีนาคม ถึง พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกซากุระกำลังผลิบาน ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยวที่ไหนในญี่ปุ่นก็จะได้เห็นต้นซากุระอันสวยงามทุกหนทุกแห่ง แต่สำหรับบางคนอาจจะชอบไปซารางเฮโย ที่เกาหลี เที่ยวชมบ้านเรือน วัฒนธรรม และหนุ่มสาวหน้าตาดี มากกว่าก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเช่นเดียวกัน

พอพูดถึงญี่ปุ่นหรือเกาหลี ก็ต้องหนีไม่พ้นเรื่องช้อปปิ้ง ยิ่งเป็นคนไทยอย่างเรา ๆ เรื่องช้อปคือเรื่องสำคัญ คือเรื่องความเป็นความตายเลยทีเดียว คำถามจึงไม่ใช่ “จะซื้ออะไร” แต่เป็น “จะซื้อเท่าไร” ดังนั้นหากมีหนทางที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้คุณได้ ก็ควรจะทำ เช่น การขอ Tax Refund เกาหลี และขอ Tax Refund ญี่ปุ่น เป็นต้น แต่เอะ !? จะต้องขอยังไง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ไปดูกัน


1. Tax Refund ญี่ปุ่น อะไรบ้างที่ขอได้?

ปกติแล้ว การขอ Tax Refund ที่ประเทศญี่ปุ่น จะสามารถทำได้กับสินค้าโดยแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ สินค้าทั่วไป เช่น เครื่องประดับ นาฬิกา เสื้อผ้า กระเป๋า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ  และสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ยา สุรา อาหาร หรือบุหรี่ต่าง ๆ เป็นต้น

โดยทั้งสินค้าสองประเภทมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันเล็กน้อย สินค้าทั่วไป ถ้าอยากจะขอ Tax Refund จะต้องซื้อมูลค่ารวมกันอย่างน้อย 5,001 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) และจะต้องนำสินค้าดังกล่าวออกนอกประเทศญี่ปุ่นภายในเวลา 6 เดือน

ในขณะเดียวกันสินค้าที่เป็นประเภทอุปโภคบริโภค จะต้องซื้อสินค้ามูลค่า 5,001 เยนขึ้นไป แต่จะต้องไม่เกิน 500,000 เยน (ไม่รวมภาษี) ในระยะเวลาหนึ่งวัน และสินค้าดังกล่าวจะต้องถูกนำออกนอกภายนอกประเทศญี่ปุ่นภายในเวลา 30 วัน


วิธีการขอ Tax Refund ญี่ปุ่น

Tax Refund เกาหลี Tax Refund ญี่ปุ่น

          สิ่งสำคัญลำดับแรกที่จะต้องพกติดตัวไว้เสมอก็คือพาสปอร์ต และต้องคำนวนให้ดีว่ายอดชำระรวมของเราจะต้องเกิน 5,001 เยนขึ้นไป หมายความว่าถ้าซื้อสินค้ามารวมได้ 5,000 เยนเปะ ๆ ก็ไม่สามารถจะขอ Tax Refund ได้นะจ๊ะ แต่สำหรับใครที่คำนวนมาดี มีพาสปอร์ตเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ก็ไปดูกันได้เลยว่าการขอ Tax Refund ญี่ปุ่น ปกติแล้วมีแบบไหนบ้าง โดยปกติแล้วจะสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แบบ ขึ้นอยู่กับร้านค้าแต่ละร้าน


ขอคืนภาษีเลยทันที

Tax Refund เกาหลี Tax Refund ญี่ปุ่น

(ขอบคุณภาพจาก: Japan National Tourism Organization)

ในปัจจุบันร้านค้าส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นที่มีสัญลักษณ์ ‘Free Tax’ หรือ ‘Tax Refund’ ติดอยู่หน้าร้าน เราก็สามารถที่จะซื้อของและทำเรื่องขอคืนภาษีได้ทันทีเลย โดยระหว่างที่เราชำระเงิน เพียงแค่ยื่นพาสปอร์ตของเราให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็จะทำการหักเงินค่าภาษีเป็นส่วนลดให้เราได้เลยทันที ง่าย ๆ แค่นี้ ซึ่งถือเป็นอะไรที่ดีมากกก เพราะง่ายต่อคนไทยขาช้อปอย่างเรา ที่ซื้อของหลายร้าน หลายชิ้น จะให้เก็บใบเสร็จ และแบกของเยอะ ๆ ไปต่อคิวทำเรื่องขอคืนภาษีก็คงจะเสียเวลา และเหนื่อยกว่าที่จำเป็น


ชำระเงินก่อนจากนั้นค่อยคืนภาษีเป็นเงินสด

Tax Refund เกาหลี Tax Refund ญี่ปุ่น

                      แม้ร้านค้าส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นจะสามารถขอ Tax Refund ได้ทันที โดยการหักเงินค่าภาษีเป็นส่วนลดชำระสินค้าให้กับเราได้เลย แต่การขอคืนภาษีในห้างสรรพสินค้าบางแห่งก็อาจจะต้องบังคับให้เราจ่ายเงินก่อน จากนั้นจึงนำใบเสร็จไปขอยื่นทำเรื่องคืน Tax Refund ซึ่งในกรณีนี้เราก็ต้องเก็บใบเสร็จ และพาสปอร์ตของเราไว้ให้พร้อม ซื้อกี่ร้าน ก็ต้องมีครบทุกร้าน พอทำเรื่องเสร็จแล้วก็จะได้เงินสดกลับมา


แล้วถ้าอยากจะขอ Tax Refund ญี่ปุ่นที่สนามบิน ทำได้ไหม ?

                   เชื่อว่าหลายคนคงจะต้องสงสัยกันบ้าง ว่าถ้าหากเราเจอห้างสรรพสินค้าที่เป็นประเภทต้องชำระเงินก่อนจากนั้นจึงสามารถคืนภาษี แล้วเรามัวแต่ช้อปจนห้างปิด หรือเวลาไม่พอที่จะไปทำเรื่องคืนภาษี กรณีแบบนี้ เราสามารถที่จะไปทำเรื่องขอ Tax Refund ญี่ปุ่นที่สนามบินแทนได้หรือไม่ ? คำตอบก็คือ ไม่ได้จ้า เราจะต้องขอคืนภาษีมาตั้งแต่ร้านค้าที่เราซื้อสินค้าเท่านั้น ดังนั้นถ้าอยากจะทำเรื่องขอคืนภาษี เราก็แนะนำให้เตรียมตัว คำนวนเวลาเผื่อสำหรับการต่อคิวไว้ให้ดี ๆ ถ้ารู้ว่าห้างที่เราไปซื้อจะต้องมีการต่อคิวขอ Tax Refund แต่ถ้าไม่อยากเป็นกังวลเรื่อง Tax Refund จะมาช้อป Duty Free ที่สนามบินก็ได้นะ


2. เงื่อนไขการขอ Tax Refund เกาหลี

Tax Refund เกาหลี Tax Refund ญี่ปุ่น

 

          ท่องแดนซูชิกันแล้ว คราวนี้ขอบินกลับมาที่แดนกิมจิกันบ้าง  โดยวิธีการขอ Tax Refund เกาหลี จะค่อนข้างชัดเจน และยุ่งยากน้อยกว่าของญี่ปุ่นค่อนข้างมาก ซึ่งผู้ที่สามารถจะขอคืนภาษีที่เกาหลีได้จะต้องซื้อสินค้าร้านปลีก ราคารวมภาษีไม่ต่ำกว่า 30,000 วอน ขึ้นไป จะต้องมาท่องเที่ยวเกาหลีไม่เกิน 6 เดือน แต่ถ้าเป็นคนเกาหลีอาศัยอยู่ต่างประเทศ จะต้องมาท่องเที่ยวเกาหลีไม่เกิน 3 เดือน แต่ถ้าเป็นนักเรียนชาวเกาหลีที่ไปศึกษาต่างประเทศ ก็ต้องศึกษาอย่างต่ำ 3 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ จำนวนเงินคืนที่จะได้ก็จะกำหนดไว้ชัดเจน ตามด้านล่าง

ตารางเทียบ Tax Refund เกาหลี Tax Refund ญี่ปุ่น


วิธีการขอ Tax Refund เกาหลีTax Refund เกาหลี Tax Refund ญี่ปุ่น

          ร้านค้าที่สามารถขอคืนภาษีได้ จะมีสติ๊กเกอร์ที่เขียน “Global Blue TAX FREE” หรือ“GLOBAL TAXFREE” แปะอยู่หน้าร้าน ซึ่งหากเราซื้อสินค้าเกินกว่า 30,000 วอน ก็สามารถแจ้งพนักงานได้เลยว่าจะขอทำเรื่องคืนภาษีด้วย หลังจากนั้นเราก็จะได้ใบเสร็จเป็นสลิปมาเพื่อใช้ในสนามบินต่อไป โดยเมื่อถึงสนามบินแล้วก็ให้เราไปทำเรื่องที่เคาน์เตอร์ Self-Tax Refund แล้วนำใบเสร็จทั้งหมด ยื่นให้เจ้าหน้าที่ พร้อมพาสสปอต จากนั้นก็ไปทำเรื่องรับเงินคืน Tax Refund ได้เลย ซึ่งจุดรับเงินคืนจะอยู่ภายในสนามบิน หลังจากที่เราผ่าน ตม. ขาออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นก็อย่าลืมเผื่อเวลากันด้วยนะจ๊ะ


จะช้อปที่ไหน ก็อย่าลืมเรื่องความปลอดภัย

 Tax Refund เกาหลี Tax Refund ญี่ปุ่น

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับการขอ Tax Refund ญี่ปุ่น และ Tax Refund เกาหลี เพียงแค่นี้คุณก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่าย และนำไปใช้ส่วนอื่นได้แล้ว แต่ไม่ว่าคุณจะไปท่องเที่ยวหรือช้อปปิ้งที่ไหน ก็อย่าลืมเรื่องของความปลอดภัยเด็ดขาด เพราะเมื่อเราไปเยือนต่างแดน ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แถมพอเกิดขึ้นมาแล้วนอกจากจะหมดโอกาสเที่ยว หมดโอกาสช้อปแล้ว ยังเสียเงินเสียทองจำนวนมากอีก

ดังนั้นการปกป้องคุ้มครองตัวเราและคนรอบข้างเราจึงเป็นเรื่องสำคัญ เราอยากให้ลองทำความรู้จักกับ ประกันการเดินทางจาก ซิกน่าประกันภัย คุ้มครองเยอะ บริการดี เพราะสิ่งไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะเป็นแพ้อาหาร ท้องเสีย ปวดหัว เครื่องบินดีเลย์ ฯลฯ ด้วยเบี้ยประกันไม่แพง มีหลากหลายแผนให้เลือกตามความต้องการของเราเลย ถ้าหากสนใจเราแนะนำให้เข้าไปอ่านที่เว็บไซต์ของซิกน่าได้เลย

Summary